ชีวิตเด็กเรือ: #2 สอบข้อเขียนและสอบสัมภาษณ์

หลังจากฝากใบสมัครไปกับคุณสำลี (ที่บินมาเยี่ยมที่สิงคโปร์พอดี) เพื่อไปหย่อนตู้ไปรษณีย์ในไทย (จริงๆก็อยากส่งที่นี่สิงคโปร์ แต่กลัวไม่ถึง) ก็ได้เวลาเตรียมตัว ไปค้นๆในอากู๋ ข้อมูลช่างน้อยเหลือเกิน ปั๊ดโถ่ จ่ายตังค์ค่าเครื่องไปแล้วนะเฟ้ยยย (ไอ้นี่งก) เลยตั้งใจว่า ถ้าสอบติดจะเขียนบล็อกแชร์ตอนไปสอบให้ได้ สำหรับคนที่ไม่มีใครให้ถาม เช่น ตัวฉันเอง เป็นต้น

การสอบข้อเขียน

มีจุดประสงค์เพื่อวัดความสามารถทางภาษาปะกิต ซึ่งเป็นภาษาหลักที่ใช้ในการสื่อสารตลอดโครงการ ข้อสอบปีนี้แบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ

1. Structure/Grammar: ค่อนข้าง tricky มีตัวเลือกหลอกเยอะ ควรจะแม่นแกรมม่าในระดับหนึ่ง

2. Reading Comprehension: อ่านและวัดความเข้าใจธรรมดา

3. Essay: มีหัวข้อให้เลือก ประมาณ 4-5 หัวข้อ ให้เขียนอธิบายความคิดประมาณ 2 หน้ากระดาษ A4 ในปีที่ฉันสอบ มีหัวข้อคร่าวๆคือ

  • มีความเห็นอย่างไรเกี่ยวกับการจัดตั้ง ครม. บลาๆๆๆ – เกี่ยวกับ political issues ขนาดนี้ นอกจากจะเสี่ยงที่จะตอบ (กลัวถูกโดนเอาตัวไปปรับทัศนคติ) แล้วยังไม่มีความรู้อีกตั้งหาก อันนี้เจนเรียนวิศวะมาเจนเลยผ่านนนนนนนนนนนนน
  • การออมเงินของเยาวชน – คนส่วนใหญ่เลือกอันนี้ แต่เจนคิดไม่ออกเลยผ่าน <<คือเอ็งไม่เคยเก็บออมสินะ
  • จากกรณีตัวอย่างแผ่นดินไหวในเนปาล ไทยและกลุ่มประเทศอาเซียนจะเตรียมรับมือกับแผ่นดินไหวได้อย่างไร
  • ปัญหาด้านการศึกษาในประเทศไทย – มี A4 มากกว่า 2 แผ่นไหม อุอิ

ระดับความยากของข้อสอบมากกว่า TOEIC แต่ไม่เท่า TOEFL ถามว่าออกมามั่นใจไหมว่าจะผ่านข้อเขียน บอกได้เลยว่ามั่นใจ (เอิ่ม) ใครที่ผ่าน TOEFL มาแล้วก็ทบทวนหน่อย หาความรู้ในประเด็นร้อนๆในประเทศไทยเตรียมไปหน่อย คงจะผ่านได้ไม่ยากมาก

การสอบสัมภาษณ์

ระหว่างรอผลออกก็เตรียมตัวสัมภาษณ์ สิ่งที่ฉันเตรียมไปมีอยู่ 3 อย่างคือ

1. Portfolio

จากประสบการณ์การสัมภาษณ์เข้ามหาวิทยาลัย ฉันตรียม Portfolio ซึ่งเป็นแฟ้มหนาที่รวบรวมประกาศนียบัตรสมัยบรรพกาลไป ตอนนั้นเสียใจมาก คือกรรมการเปิดนะ แต่เปิดแบบลวกๆ อันนี้อยากให้เปิดเจอก็ดันไม่เจอ คราวนี้เลยเอาใหม่ มีเป้าหมายว่าทำไม่เกิน 2 หน้ากระดาษ A4 คัดมาแต่เน้นๆที่เกี่ยวข้อง ยังไงต้องได้อ่านแน่ๆ เลยออกมาเป็นในรูปแบบนี้ (ใช้เว็บ www.piktochart.com ในการทำ ไม่ยากเลยจริงๆ) ถึงวันจริงก็ปริ๊นท์สีใส่กระดาษหนาหน่อยไปแจกคณะกรรมการซึ่งมีอยู่ประมาณ 5-6 ท่าน

เอกสารแนะนำตัว (หน้า 1)-horz

2. ความสามารถพิเศษ

นอกจากจะสัมภาษณ์ปกติแล้วยังต้องแสดงความสามารถพิเศษด้วย ซึ่งนอกจากว่ายน้ำแล้ว (มันเป็นความสามารถพิเศษด้วยหรอ) ยังมีการ present ที่หนูเจนค่อนข้างมั่นใจ แต่จะให้ present ด้วยสไลด์ Powerpoint แบบธรรมด๊าธรรมดาก็ดูกระไรอยู่ เลยทำ infographics และ animated video ขึ้นมา เป็นการเรียกร้องความสนใจของกรรมการส่วนหนึ่ง และโชว์ความสร้างสรรค์อลังการไปในตัว เรื่องที่ present จะแบ่งออกเป็น 2 part คือ

  • แนะนำโครงการเรือ (Infographics) : เพราะจะได้แสดงให้เห็นว่าทำการบ้านมาดี และรู้จักโครงการเรือจริงๆ

Presentation

  • ความคาดหวังจากการเข้าร่วมโครงการ (Animated video): บอกคณะกรรมการว่าดิฉันมีเป้าหมายนะคะ ไม่ได้มาเล่นๆ (อารมณ์ประมาณลูกเกดใน The face Thailand) (ใช้เว็บ www.powtoon.com ในการทำ)

Capture

ดูฉบับเต็มได้ที่นี่ https://www.youtube.com/watch?v=79qHpWBuTVE

ถึงวันประกาศผลก็ปรากฎว่าผ่านข้อเขียน และต้องไปสัมภาษณ์ในอาทิตย์ถัดไป ซึ่งค่าเครื่องบินแพงมากกกกเพราะไม่สามารถจองก่อนได้ ไม่รู้จะผ่านข้อเขียนหรือเปล่า (ไหนเอ็งบอกมั่นใจ) คำแนะนำคือให้เตรียมสัมภาษณ์ไว้ล่วงหน้าแม้ว่าผลยังไม่ประกาศ เพราะเป็นไปไม่ได้หรือคงเหนื่อยมากที่จะเตรียมทุกอย่างภายใน 1 อาทิตย์ (ในกรณีที่คุณไม่มีความสามารถพิเศษโดดเด่นเช่นเล่นดนตรีหรือแสดงอะไรก็ตามที่ทำเป็นประจำ) ถึงไม่ติดสัมภาษณ์ก็ไม่เสียหายถือว่าได้ลองทำอะไรใหม่ๆ

เนื่องจากชื่อขึ้นต้นด้วย จ.จาน เลยได้สัมภาษณ์เป็นวันแรกแต่ในช่วงบ่าย (เรียงตามลำดับตัวอักษร จริงๆเดาได้เลยว่าวันไหนจากการไป search ใบที่เค้าประกาศผลคนผ่านข้อเขียนของปีที่แล้ว) วันจริงก็หิ้วกีต้าร์ไปด้วยเผื่อได้เล่น คำแนะนำในการไปสัมภาษณ์คือ เอาน้ำกับพัดไปและใส่ชุดที่โปร่งสบาย เพราะต้องรอในที่ที่ไม่มีพัดลมซักตัวเดียว ร้อนอบอ้าวจนแทบจะอาบเหงื่อต่างน้ำ ผู้ที่รอสอบช่วงเวลาเดียวกับฉันมีหลายช่วงอายุ ตั้งแต่ยังเพิ่งเข้ามหาวิทยาลัยไปจนถึงทำงานมาหลายปีแล้ว บางคนเอาเครื่องดนตรีและเครื่องแต่งกายมาด้วย บรรยากาศดูครึกครื้นพอสมควร

รอจนน้ำหมดไปหลายขวด ก็ถึงเวลาเรียกสัมภาษณ์ น้องคนแรกเข้าไปสัมภาษณ์ด้วยอาการตื่นเต้น แบบน้องทำตาโตหน้าตื่นมากจนพี่ลุ้นกับน้องไปด้วย เข้าไปประมาณ 20 นาทีก็ถูกปล่อยออกมา ตายังโตเหมือนเดิม (เค้าตาโตอยู่แล้วป่าวหว่า) พอออกมาก็มีคนรุมถามน้องกันใหญ่จนน่าสงสาร น้องก็เริ่มเล่าปากสั่นๆแต่โดนคุณแม่ที่มาด้วยกระแอมบอกประมาณว่า ‘อย่าไปบอกข้อสอบเค้าสิค้าคุณลูก’ แล้วรีบพาน้องจากไปด้วยความรวดเร็วท่ามกลางความผิดหวังของคนที่รออยู่

ไม่นานฉันก็ถูกเรียกเข้าห้องเชือด เอ้ย สัมภาษณ์ ไม่รู้ว่าที่รู้สึกหนาวเพราะในห้องแอร์มันแรงจริงๆหรือเห็นหน้าคณะกรรมการแต่ละท่านกันแน่ คณะกรรมการทรงคุณวุฒิมีอยู่ 5 ท่าน การสัมภาษณ์ช่วงแรกจะเป็นภาษาอังกฤษแล้วค่อยสลับเป็นภาษาไทย ส่วนคำถามแรกๆเป็นคำถามพื้นฐานเช่น ให้แนะนำตัวเอง ถามเรื่องความท้าทายและปัญหาที่เผชิญในงาน ความรู้ทั่วไป อะไรที่รู้ว่าจะถูกถามก็ร่างเตรียมไว้ได้เลย คิดไปก่อนดีกว่าไปคิดสดในห้องนะเออ

ถึงตอนแสดงความสามารถพิเศษ ฉันบอกว่าเตรียมการพรีเซ็นต์มา กรรมการท่านหนึ่งบอกว่าเห็นมาจนเบื่อแล้ว อยากให้ทำอย่างอื่น มีทั้งรำไทย นำออกกำลังกาย ร้องเพลงไทย ฯลฯ ส่วนตัวคิดว่ากรรมการกำลังวัดความกล้าและการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ดังนั้นไม่ว่าเค้าจะให้ทำอะไรก็ต้องทำได้ พลาดเล็กน้อยที่ร้องเพลงสากลกับกีตาร์ทั้งๆที่ก็เตรียมเล่นเพลงพระราชนิพนธ์มาแล้ว แต่ไม่คล่องและไม่เพราะเลยไม่อยากโชว์ เพราะคอมเม้นท์หลักๆที่ฉันได้คือจะสมัครไปเป็นตัวแทนประเทศไทยแต่ความเป็นไทยน้อยมาก ขนาดชื่อยังไม่ไทยเลย (เอ่อ อันนี้ไม่เกี่ยวแล้วท่าน) เลยอยากจะเน้นกับคนที่จะมาสัมภาษณ์ปีต่อๆไปให้ใส่ความเป็นไทยลงไปในการแสดงความสามารถพิเศษที่เตรียมมาค่ะ

ลาไปด้วยร่างคำถามและคำตอบสัมภาษณ์ที่เคยเตรียมไว้ เผื่อไว้ใช้ไปแนวทางได้ หลายคำถามถูกถามจริงๆนะเนี่ยยย

– Tell me about yourself

Good Afternoon, My name is Jane Saetent. I’m 24 years old. I’ve graduated from King Mongkut’s Institute of Technology Ladkrabang with Computer Engineering degree. I’m currently working for PricewaterhouseCoopers Singapore as a Senior Consultant under Technology competency.

Here is my brief Portfolio with details for selected experiences

– Explain your scope of work

As a firm, we provide consultancy services to both government and private organisations, from strategy to execution based on business operation. For me, I specialise in Information Management (e.g. Data Classification, Data Quality and Data Security) and Program Management (The process of managing several related projects to improve an organisation performance)

Example of strategy works are IT Strategy Design, IT Governance Design, IT Architecture Review

Example of execution works are System Implementation, System Configuration, IT Process Change Management

– So you’re actually working and living in Singapore?

Yes. I’m under PwC’s Globle mobility program called Secondment program, which the firm sends employees to work as local staff in oversea offices for 1 or 2 years. My agreement is 1 year and I will be back at the end of this month.

– What are the challenges you face in working abroad?

Language and cultural difference. It’s my first time living in English-speaking environment and people working in Singapore are literally from all parts of the world with their own unique accents. Especially when I have to work virtually with people from other territories, Call conference is a real disaster for me. In terms of cultural difference, people there tend to be more direct, vocal and very independent than Thais. However, it helps me learn not to judge people, be open-minded and have fun by immersing myself into other cultures.

– What are the lesson learned?

One big lesson I have learned is how to be adaptable and be part of new societies. Even if you are not used to the language, people or culture, the important thing is you must have the courage to speak up, go out there and network with others as well as volunteer to do various things you might have never heard of before. It helps you to become more mature, independent and grow both personally and professionally.

– So it means you pay for the air tickets and flew here twice, do you think it’s worth the money?

To be honest what attracted me first is the opportunity to travel around ASEAN countries for free. Therefore, if had still been in that case, I wouldn’t have paid for the tickets just to fly here for a day and took the test. My priority was changed, as I research for the program objectives, platform and activities. How can you find such a platform where you can learn so much about other cultures, discuss and brainstorm to solve international problems. So, this program is a priceless opportunity that cannot be afforded using only money.

– Don’t you think you have received enough opportunity? Why don’t let others have it?

Everyone was born different, have different experiences, advantages and disadvantages. Because of that, I think everyone deserves every opportunity they put their effort in to pursue. I put months of effort to prepare for this opportunity, so I consider myself entitled to be the selected participating youth as well.

– What are your hobbies?

I enjoy reading books, blogging (I have my own website) and hiking.

– How do you know this program? Why did you decide to join the program/expectation?

My colleague who used to be one of the participating youth 2 years ago told me about the program.

My expectations from the program are
1) Learning: meeting people from other countries will help widen my perspective and help me look at the word from a different angle.
2) Sharing: I’d like to represent Thai people to share our values and identity, form good relationships and promote cultural understanding between Thailand and our countries.

– How do you think the program with benefit you?

There are 2 aspects that I think the program will benefit me. The first one is a personal level
1) Ability to survive outside my comfort zone
2) Friends and connections benefiting both career life and personal life in the long run

The other aspect is country level
1) Minimizing conflict and maximizing cooperation results from developing understanding of other cultures and differences
2) Ability to solve national and international problems results from discussing and brainstorming with people who have common goals.

– Strengths and Weaknesses?

Strengths
I’m adaptable, love to learn new things and ready to step outside of my comfort zone. I have a “can-do” attitude and I’m a hard worker who will do whatever it takes to meet my goal.

Weaknesses
I find it hard to say no to people and from time to time I overwork myself. So now I’m working on my negotiation skills. Another thing is I’m always too hard on my self. My expectation of myself is very high and sometimes it causes me stress. Now I’ve adjusted the level of expectation but still need to work on that.

– Why do you think you should be selected to be a representative of this program? (Emphasize your knowledge and experience to demonstrate your value)

(In case the referee says “better than other candidates”) I think everyone have their unique talents and ability. However,

I believe that will be successful as participating youth representing my own country. I’m adaptable, open-minded and willing to learn about other cultures, be one of the people who help strengthen relationship among Japan and ASEAN countries. I am very passionate about transforming Thailand into more productive, competitive and autonomous country. and I do believe that our people have capability to do that. We just need solid guidance or directions. Hopefully whatever we do in the program will help more or less in this point.

– What will you feel if you are not selected?

it’s quite normal to be sad. But I won’t regret putting my effort into what I think worth pursuing. Also, I quite enjoyed the process of preparation for going through the test and interview. It motivated me to think and be creative. For example the special ability I want to show to all of you. How can I make it interesting, relevant and attractive. Also, it taught me to read news, start paying attention to the world and what’s happening around me, analyse and think about possible solutions.

– Do you have any question or anything to say?

I’d like to ask a question. What specific qualifications or characteristics you are looking for in selecting candidates to represent our country for this program? like English proficiency, positive attitude, learning ability or the combination of specific skills.

I did my best, put in everything I have and I hope I will be one of the person you are looking for. It is a pleasure to meet you all.

3 comments

  1. พี่ออย TPY41 นะคะ
    ขนาดแค่เรื่องสัมภาษณ์น้องยังเขียนได้เยอะขนาดนี้
    กว่าน้องจะขึ้นเรือ ทำกิจกรรม ไปจนถึงPPA น้องคงเขียนจนพื้นที่ในบล็อกไม่พอ 555
    ชอบบล็อกของน้องมาก มีประโยชน์และละเอียดดี ปีที่แล้วพี่ก็โดนกรรมการถามคล้ายๆกัน เขียนต่อไปนะคะ น้องรุ่นหลังจะได้ใช้เป็นประโยชน์ด้วย 😄😄 ดีใจที่ได้น้องมาเป็นสมาชิกครอบครัวSSEAYPด้วยกันนะคะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*